ชีวิตส่วนมากเริ่มต้นด้วยการรับ เป็นการรับจากบุพพการี ผู้ให้ก่อน
ท่ามกลางความเป็นไปของชีวิต เราอยู่บนเส้นทางของการให้และรับเสมอ
รับเพื่อสร้างกำลัง มีกำลังแล้ว เป็นผู้ให้บ้างในภายภาคหน้า จากรุ่นสู่รุ่น มนุษย์สืบทอดกันมาด้วยความสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง ความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลสร้างสรรค์ หรือเบียดเบียนทำร้าย ตามแต่สิ่งที่ทำแล้วและสิ่งที่ได้เลือกระทำจะพาไป
ชีวิตการทำงานเป็นเช่นเดียวกับชีวิตในสังคม เมื่อเราถือกำเนิดในองค์กร ผู้ทำงานรุ่นแล้วรุ่นเล่า หมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายกันอยู่ในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใด เล็กหรือใหญ่ อายุเท่าใด ใหม่หรือเก่า ทำงานด้วยเครื่องจักร หรือใช้แรงงานเป็นหลัก มีเทคโนโลยีล้ำสมัยหรือล้าสมัย
คนผู้ทำงานย่อมหมุนเวียนเปลี่ยนผลัดเพื่อยังความยั่งยืนในองค์กร การหมุนเวียนเข้าออกย่อมมีความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลสร้างสรรค์ หรือเบียดเบียนทำร้าย ตามแต่ผู้ทำงานนั้นได้กระทำแล้วหรือเลือกกระทำจะพาไป
พี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ได้ตัดสินใจแล้วจะยุติชีวิตการทำงานกับองค์กรใหญ่แห่งหนึ่ง โดยเลือกรับค่าตอบแทนที่พี่พิจารณาแล้วว่าคุ้มค่าเขามีเวลาอีกสามปีจะเกษียณอายุราชการ เขาไม่ได้ทำงานในสิ่งที่ชอบ และไม่ชอบงานที่ต้องทำในปัจจุบัน เมื่อองค์กรเปิดทางให้เกษียณอายุก่อนได้ เขาเห็นว่าเป็นการดีที่หลายฝ่ายจะได้ประโยชน์
เขาได้รับค่าตอบแทนอย่างคุ้มค่า กับสิ่งที่ได้ทำให้กับองค์กรแล้ว และองค์กรจะได้อัตราว่าง ซึ่งสามารถนำไปสรรหาผู้ปฏิบัติงานใหม่ที่มีอายุน้อย มีความกระตือรือล้นในการทำงาน มาทำงานเพิ่มได้
น้องๆที่ทำงานด้วยจะได้ขยับเลื่อนตำแหน่งมาแทนที่ นำความก้าวหน้ามาสู่ทุกคน
บางคนเลือกที่จะอยู่ต่อไปเพื่อทำงานให้กับองค์กร
บางคนเลือกที่จะออกไปไปเพื่อรับจากองค์กร
ไม่มีการรับโดยฝ่ายเดียว หรือการให้โดยฝ่ายเดียว
ชีวิตเป็นความสัมพันธ์ เกื้อกูลสร้างสรรค์ หรือเบียดเบียนทำร้าย แล้วแต่การกระทำนำไป
โลกยังคงสดใสอยู่เสมอทั้งผู้ให้และผู้รับย่อมเติบโตไปด้วยกันบนเส้นทางแห่งชีวิต
ด้วยจิตนอบน้อม
วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2550
คำถามและคำตอบ
ชีวิตเดินทางอยู่บนทางเลือกเสมอ และบนทางเลือกเรามักต้องตอบคำถามว่าจะเลือกเดินทางใด ทางที่จะนำพาชีวิตเราไปสู่สิ่งที่เราต้องการ
เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งทำหน้าที่พนักงานขับรถในองค์กรใหญ่แห่งหนึ่ง ทำงานมานานจนเหลือเวลาอีกสามปีจะปลดเกษียณ มีทางเลือกมาถึง จะพักผ่อนก่อนเกษียณอายุหรือทำงานต่อไปจนอายุครบเกษียณ ก่อนจะเลือกเส้นทางเดิน เขาถามตนเองว่าต้องการอะไรอีกในชีวิต
ชีวิตส่วนตัวเขามีพร้อมทุกประการ เรื่องภรรยาและบุตรก็สมบูรณ์พร้อมทุกประการ ไม่ต้องดิ้นรน แต่ในชีวิตการทำงานไม่มีความก้าวหน้ากว่านี้แล้ว ทั้งยังต้องอยู่ในสังคมที่ไม่มีความเที่ยงธรรม ไร้ความสุจริตใจ หาความสามัคคีไม่ได้และผู้คนรอบข้างยังไม่มีเมตตาต่อกัน
คำตอบต่อคำถามนี้คือ ไม่ต้องการอะไรอีกในชีวิตทั้งส่วนตัวและการทำงาน
เขาถามตนเองต่อไปอีกว่า ถ้าเขาออกไปแล้วจะทำให้องค์กรดีขึ้นหรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ทำองค์กรดีขึ้น
คำถามต่อไปคือถ้าเขาอยู่จะทำให้องค์กรดีขึ้นหรือไม่ คำตอบคือไม่เช่นกัน
เขาคำถามต่อไปอีกว่าจะทำอะไรได้บ้างให้กับองค์กรนี้ เขาตอบตัวเองว่าหากเขาออกไปคงได้แต่บ่นว่าผู้คนในองค์กร แต่ถ้าเขาอยู่เขาสามารถทำโดยความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนี้ ทำตนเองให้เป็นผู้มีความเที่ยงตรงต่อธรรม มีความสุจริต ประพฤติตนในความสามัคคีไม่ขัดแย้งและอยู่ด้วยความเมตตาธรรม อย่างน้อยเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นเพื่อน รุ่นน้องได้ตระหนักถึงองค์กรก่อนตนเอง
ด้วยคำถามเหล่านั้นที่ผุดขึ้นมาในขณะที่ต้องเลือกเขาจึงพบทางเลือกที่จะอยู่ทำงานต่อไปจนอายุครบเกษียณ
ทางเลือกของชีวิตมีมาตลอดการมีชีวิตอยู่ เด็กทุกคนเมื่อเริ่มพูดและถามว่าทำไม เป็นคำถามที่อยู่คู่กับชีวิตเสมอมา เด็กถามเพราะต้องการที่จะเข้าใจสิ่งที่พบเห็น บางครั้งไม่ได้ถามเป็นถ้อยคำและคำตอบที่มาไม่ได้เป็นถ้อยคำเช่นเดียวกัน เรา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เรียนรู้มาตลอดชีวิตจากสิ่งแวดล้อมที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วย เข้าใจ จดจำ นำมาสร้างหลักการในการดำรงอยู่ เมื่อเผชิญกับสิ่งต่างๆ เราตอบสนองไปด้วยหลักการที่เราสร้างจากปฏิสัมพันธ์ที่ผ่านมา ตอบสนองด้วยกรอบความคิดที่หล่อหลอมเป็นตัวตนของเราแต่ละคน เป็นหนึ่งเดียวในโลกนี้ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
คำถามและคำตอบของเราพัฒนามาจากกรอบความคิด กรอบความคิดที่ขึ้นอยู่กับการมีปฏิสัมพันธ์กับระบบ ระบบที่ขึ้นอยู่กับการออกแบบโครงสร้างและความสัมพันธ์ โครงสร้างและความสัมพันธ์ที่ถูกปรุงแต่งด้วยสังคม ชี้นำจากสังคม ซึ่งประกอบไปด้วยผู้นำและผู้ตามที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันในการสร้างและพัฒนากรอบความคิดของผู้คนในสังคม
สังคมสร้างความหลากหลายแตกต่าง กรอบความคิดของคนจึงหลากหลายแตกต่างกันไป เราไม่สามารถสร้างความเหมือนในกรอบความคิดได้แม้ในฝาแฝด ดังนั้นจึงไม่ควรขัดแย้งกันในความแตกต่าง อย่าพยายามทำให้เหมือน จงเคารพในความแตกต่าง เรียนรู้และเข้าใจความแตกต่าง เพื่อที่จะจัดความสัมพันธ์ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีปกติสุข จัดคำถามและคำตอบของเราในความสัมพันธ็นั้น อย่างที่ควรจะเป็น ตามความเป็นจริงในแต่ละกาล สถานที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
คำถามและคำตอบที่เป็นประโยชน์ มาจากคำถามที่ถูกต้องบนกรอบความคิดที่เกี้อกูลยังประโยชน์ต่อโลก ไม่สงสัยในความเป็นไปของความจริงที่ปรากฎ ตอบสนองตามธรรมดาธรรมชาติที่ควรเป็น
ทุกขณะของชีวิตโปรดตั้งคำถามและตอบเพื่อความดีงามของทุกชีวิต สันติ สงบ และสุขจะพึงบังเกิดและเกื้อกูลโลกอย่างที่ต้องเป็นต่อไป
ด้วยจิตนอบน้อม
เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งทำหน้าที่พนักงานขับรถในองค์กรใหญ่แห่งหนึ่ง ทำงานมานานจนเหลือเวลาอีกสามปีจะปลดเกษียณ มีทางเลือกมาถึง จะพักผ่อนก่อนเกษียณอายุหรือทำงานต่อไปจนอายุครบเกษียณ ก่อนจะเลือกเส้นทางเดิน เขาถามตนเองว่าต้องการอะไรอีกในชีวิต
ชีวิตส่วนตัวเขามีพร้อมทุกประการ เรื่องภรรยาและบุตรก็สมบูรณ์พร้อมทุกประการ ไม่ต้องดิ้นรน แต่ในชีวิตการทำงานไม่มีความก้าวหน้ากว่านี้แล้ว ทั้งยังต้องอยู่ในสังคมที่ไม่มีความเที่ยงธรรม ไร้ความสุจริตใจ หาความสามัคคีไม่ได้และผู้คนรอบข้างยังไม่มีเมตตาต่อกัน
คำตอบต่อคำถามนี้คือ ไม่ต้องการอะไรอีกในชีวิตทั้งส่วนตัวและการทำงาน
เขาถามตนเองต่อไปอีกว่า ถ้าเขาออกไปแล้วจะทำให้องค์กรดีขึ้นหรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ทำองค์กรดีขึ้น
คำถามต่อไปคือถ้าเขาอยู่จะทำให้องค์กรดีขึ้นหรือไม่ คำตอบคือไม่เช่นกัน
เขาคำถามต่อไปอีกว่าจะทำอะไรได้บ้างให้กับองค์กรนี้ เขาตอบตัวเองว่าหากเขาออกไปคงได้แต่บ่นว่าผู้คนในองค์กร แต่ถ้าเขาอยู่เขาสามารถทำโดยความเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนี้ ทำตนเองให้เป็นผู้มีความเที่ยงตรงต่อธรรม มีความสุจริต ประพฤติตนในความสามัคคีไม่ขัดแย้งและอยู่ด้วยความเมตตาธรรม อย่างน้อยเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นเพื่อน รุ่นน้องได้ตระหนักถึงองค์กรก่อนตนเอง
ด้วยคำถามเหล่านั้นที่ผุดขึ้นมาในขณะที่ต้องเลือกเขาจึงพบทางเลือกที่จะอยู่ทำงานต่อไปจนอายุครบเกษียณ
ทางเลือกของชีวิตมีมาตลอดการมีชีวิตอยู่ เด็กทุกคนเมื่อเริ่มพูดและถามว่าทำไม เป็นคำถามที่อยู่คู่กับชีวิตเสมอมา เด็กถามเพราะต้องการที่จะเข้าใจสิ่งที่พบเห็น บางครั้งไม่ได้ถามเป็นถ้อยคำและคำตอบที่มาไม่ได้เป็นถ้อยคำเช่นเดียวกัน เรา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เรียนรู้มาตลอดชีวิตจากสิ่งแวดล้อมที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วย เข้าใจ จดจำ นำมาสร้างหลักการในการดำรงอยู่ เมื่อเผชิญกับสิ่งต่างๆ เราตอบสนองไปด้วยหลักการที่เราสร้างจากปฏิสัมพันธ์ที่ผ่านมา ตอบสนองด้วยกรอบความคิดที่หล่อหลอมเป็นตัวตนของเราแต่ละคน เป็นหนึ่งเดียวในโลกนี้ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
คำถามและคำตอบของเราพัฒนามาจากกรอบความคิด กรอบความคิดที่ขึ้นอยู่กับการมีปฏิสัมพันธ์กับระบบ ระบบที่ขึ้นอยู่กับการออกแบบโครงสร้างและความสัมพันธ์ โครงสร้างและความสัมพันธ์ที่ถูกปรุงแต่งด้วยสังคม ชี้นำจากสังคม ซึ่งประกอบไปด้วยผู้นำและผู้ตามที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันในการสร้างและพัฒนากรอบความคิดของผู้คนในสังคม
สังคมสร้างความหลากหลายแตกต่าง กรอบความคิดของคนจึงหลากหลายแตกต่างกันไป เราไม่สามารถสร้างความเหมือนในกรอบความคิดได้แม้ในฝาแฝด ดังนั้นจึงไม่ควรขัดแย้งกันในความแตกต่าง อย่าพยายามทำให้เหมือน จงเคารพในความแตกต่าง เรียนรู้และเข้าใจความแตกต่าง เพื่อที่จะจัดความสัมพันธ์ให้สามารถดำรงอยู่ได้อย่างมีปกติสุข จัดคำถามและคำตอบของเราในความสัมพันธ็นั้น อย่างที่ควรจะเป็น ตามความเป็นจริงในแต่ละกาล สถานที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
คำถามและคำตอบที่เป็นประโยชน์ มาจากคำถามที่ถูกต้องบนกรอบความคิดที่เกี้อกูลยังประโยชน์ต่อโลก ไม่สงสัยในความเป็นไปของความจริงที่ปรากฎ ตอบสนองตามธรรมดาธรรมชาติที่ควรเป็น
ทุกขณะของชีวิตโปรดตั้งคำถามและตอบเพื่อความดีงามของทุกชีวิต สันติ สงบ และสุขจะพึงบังเกิดและเกื้อกูลโลกอย่างที่ต้องเป็นต่อไป
ด้วยจิตนอบน้อม
วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
ความงดงามของการฟัง
ผมรับรู้การฟังอย่างที่ได้ผลตามที่ผู้พูดต้องการจากการละทิ้งตัวตน
การฟังที่ดีคือฟังอย่างไม่มีตัวของเรา ไม่มีอัตตา ไม่มีสิ่งใดที่ขวางกั้นความรู้สึกบริสุทธิ์ของเรา
จิตเดิมแท้คือจิตที่สดใส งดงามและงอกงามตามความเป็นไปที่เป็นปัจจุบันขณะ ไม่มีการปิดกั้น
ด้วยความคิดเดิม
เข้าใจอย่างที่เขาต้องการให้เราเข้าใจ งอกงามตามความเป็นไปของถ้อยคำ ถ้อยคำที่มีความหมายตามที่เจ้าของถ้อยคำต้องการ
เข้าไปอยู่ในใจของเขา
และสัมผัสสิ่งที่รับรู้ด้วยจิตใหม่อย่างที่ไม่มีความหลังฝังอยู่
การฟังที่ดีคือฟังอย่างไม่มีตัวของเรา ไม่มีอัตตา ไม่มีสิ่งใดที่ขวางกั้นความรู้สึกบริสุทธิ์ของเรา
จิตเดิมแท้คือจิตที่สดใส งดงามและงอกงามตามความเป็นไปที่เป็นปัจจุบันขณะ ไม่มีการปิดกั้น
ด้วยความคิดเดิม
เข้าใจอย่างที่เขาต้องการให้เราเข้าใจ งอกงามตามความเป็นไปของถ้อยคำ ถ้อยคำที่มีความหมายตามที่เจ้าของถ้อยคำต้องการ
เข้าไปอยู่ในใจของเขา
และสัมผัสสิ่งที่รับรู้ด้วยจิตใหม่อย่างที่ไม่มีความหลังฝังอยู่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)